JobStreet.com - Thailand


 
Issues @ Work << Back to list of Issues @ Work

“และที่คุณบอกว่า คุณใส่ใจล่ะ!”
โดย คุณ เหม่ย ชิง

ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หลังมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้น ผมหมายถึง เหตุการณ์ที่น่าเศร้า เมื่อวันที่ 11 กันยายน ซึ่งชี้ชัดได้ว่าเป็นการประกาศสงครามจากประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งถือเป็นวิกฤติการณ์ที่ทำลายความมั่นคง โดยเริ่มต้นที่บริษัท Enron นี้ เป็นที่โจษจันกันไปทั่วโลก ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่เห็นแก่ตัว ซึ่งต้องการเป็นที่หนึ่ง โดยไม่สนใจสิ่งใด และก็ทำให้ตะหนักได้ว่า การกระทำของเรามีผลต่อสังคมเป็นวงกว้าง เมื่อพูดถึงความเชื่อมั่นที่มีร่วมกับ ซึ่งเน้นไปที่ปัญหาความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบของเหล่านายจ้าง ทำให้คำนึงไปถึงในอนาคตว่า เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

บริษัท Enron, WorldCom, Arthur Andersen และอีกหลายแห่ง กลายเป็นตัวอย่างของการกระทำที่ชั่วร้ายมากรูปแบบหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ที่รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยทั้งต่อฝ่ายบริหารและพนักงาน พวกเราต้องทนอยู่กับการทุจริตหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาระหว่างความโชคดีและอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ที่จะดูแลรับผิดชอบต่อไป ในสถานศึกษาที่ดำเนินการสอนด้านบริหารธุรกิจ สอนให้เด็กรู้จักสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้ที่ถือหุ้นนั้นๆ ซึ่งรวมไปถึงพนักงานทั่วไปด้วย จากการที่หลายๆบริษัทกำลังลงทุนทำธุรกิจที่ไม่มั่นคงนัก ผู้ถือหุ้นบางรายจึงเริ่มกังวลกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ทุกคนเชื่อมั่นในค่านิยมซึ่งพวกเขาได้นำมาใช้ร่วมกัน นั่นก็คือ “พนักงาน คือ ทรัพยากรที่มีคุณค่าของบริษัท” แต่ก็ยังมีความกลัวว่า พวกเขาอาจจะถูกทรยศหักหลังแทน

แล้ว มันเกิดอะไรขึ้น?

จากการสำรวจของ Financial Times รายงานว่า ผู้บริหารระดับสูง และผู้อำนวยการในหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ประกอบด้วย Enron, Global Crossing and WorldCom มีรายได้เป็นพันๆล้านจากการทำธุรกิจในขณะที่ธุรกิจกำลังเฟื่องฟู ในช่วงเวลาสามปี พวกเขาได้กำไรเพิ่มมากขึ้นเกือบ 3.3 พันล้าน ดอลล่าร์สหรัฐฯ (เกือบ 12.54 หมื่นล้านบาท) ก่อนที่บริษัทจะประสบปัญหา ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียร้อยๆพันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ผู้ถือหุ้น สูญเสียเกือบ 100,00 ตำแหน่งงานสำหรับคนทำงาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้นได้ทุกวัน สิ่งที่น่าแปลกใจ คือ มันเกิดขึ้นจากอาชญากรรมจริงๆหรือ สิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่ง คือ คุณยังเห็นเจ้านายที่ใส่ใจดูแลคุณอยู่กี่คน?

แล้วสำหรับทุกๆคนล่ะ?

สำหรับคนที่เชื่อมั่นในการจัดการของทีมคุณ ว่าจะสามารถรับผิดชอบและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ควรหาทางที่ช่วยให้บริษัทสามารถจัดการกับผลเสียที่เกิดจากการสูญเสียตำแหน่งงาน และความระส่ำระสายที่เกิดขึ้น รวมทั้งการจ่ายเงินชดเชยเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น

บริษัท Enron กำลังประสบสภาวะล้มละลาย และต้องลอยแพพนักงานหลายพันคน เหล่าพนักงานต่างเรียกร้องให้บริษัทจ่ายค่าชดเชยให้การสูญเสียตำแหน่งงานของพวกเขา ซึ่งเป็นจำนวนเงินประมาณ 140 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 5,320 ล้านบาท) Worldcom บริษัทขนาดใหญ่รองลงมา ที่ให้บริการด้านโทรศัพท์ในสหรัฐฯ (มีพนักงานประมาณ 73,000 คน ในกว่า 100 ประเทศ) และเป็นผู้ให้บริการด้านอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องลดพนักงานลง 17,000 ตำแหน่งในปีนี้ Arthur Anderson (ได้รับผลกระทบจากการที่บริษัท Enron ล้มละลาย) ต้องลดพนักงานลง 7,000 ตำแหน่งในสหรัฐฯเอง และต้องปิดกิจการในสาขาอื่นๆทั่วโลก แต่การว่างงานไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเดียวที่ต้องเป็นกังวล ดังที่หลายท่านพยายามทำ นั่นก็คือ พนักงานต่างก็กดดันให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้กับตนเอง (เพื่อทดแทนตำแหน่งงานที่ต้องสูญเสียไป) หรือพยายามทำให้สิ่งต่างๆมันเข้าที่เข้าทางนั่นเอง

บริษัทต้องเผชิญกับสภาวะความยุ่งยากที่เพิ่มมากขึ้นถึง 90% ร้อยล้านแผนการที่ถูกกำหนดขึ้น ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาลดลงเลย ด้วยปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเงินลงทุนที่เก็บไว้โดยไม่สามารถคาดการณ์ได้

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยน

คิดถึงตนเอง

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราหวนกลับมามองตนเอง ว่าเรามีความมั่นคงในการทำงานมากเพียงใด และจะเป็นเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่? เราสามารถไว้ใจเจ้านายของเราได้มากน้อยเพียงใด?

ก่อนหน้านี้ เราอาจจะพูดได้ว่า หึ! บริษัทของเรายังเป็นปกติดี แต่ภายหลังอาจจะพบว่า ทางบริษัทก็กำ

ลังประสบปัญหาเดียวกับที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ และทำให้คุณต้องเริ่มคิดถึงตนเองเองและการลาออกก่อนกำหนด ในขณะที่อายุเพียง 25 ไม่ใช่ 50 ปี

ทุกฝ่ายควรตะหนักถึงสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้ 1) แผนการเลิกจ้างซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ 2) การลงทุนที่ไม่จำเป็นในบริษัท และ 3) นายจ้างอาจไม่คิดว่าพนักงานของเขามีความสามารถ เมื่อเขามีแผนที่จะลดจำนวนพนักงานในบริษัทลง

เราควรจะทำอย่างไร?

ถ้าหากฝ่ายบุคคลพบว่าทางบริษัทมีแผนที่จะลดพนักงานอย่างเร่งด่วน อย่าปล่อยให้เรื่องเหล่านั้นรู้ถึงหูพนักงาน และปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพนักงานระดับล่างเท่านั้น แม้ว่า ประธานบริษัทอาจจะไม่เข้าใจถึงปัญหาความแตกต่างระกว่างผลประโยชน์ที่จะต้องได้รับ กับผลประโยชน์ที่ควรได้รับจากแผนการนี้ก็ตาม

พนักงานหลายท่านเชื่อมั่นอย่างผิดๆว่า การลงทุนต่างๆในบริษัทที่ทำงานอยู่นั้น มั่นคงกว่าการลงทุนทางการเงินในด้านอื่นๆ นักลงทุนส่วนใหญ่มักมองโลกในแง่ดีเกินไป โดยคาดหวังว่าจะได้ผลกำไรประมาณ 15% ต่อปีกลับคืนมา และจะต้องได้เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ต่อปี ซึ่งเกิดจากการขาดความรู้ในเรื่องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ประเด็นเหล่านี้จะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ต่างกัน แต่มันก็ยังมีปรากฏให้เห็นอยู่ในประเทศสหรัฐ มีคนที่ได้ผลประโยชน์จากการลงทุนเพียง 3.3 เท่านั้น จากที่ควรจะได้ถึง 8,282 (จากการศึกษาของ Vanguard Group)

หากคุณพร้อมที่เริ่มต้น ควรจะเริ่มต้นทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ถูกต้อง โดยการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล เกี่ยวกับแผนงานที่จะเกิดขึ้น

พยายามมองหาผลที่เกิดขึ้นจากการทำงานของคุณ ทั้งในขณะที่ยังทำงานอยู่ และเมื่อถูกเลิกจ้าง หรือลาออกจากบริษัท ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาการลงทุนที่ดีในขณะที่บริษัทยังมีความพร้อม ทางบริษัทจะเก็บพนักงานไว้เป็นจำนวนเท่าใด และผู้ถือหุ้นจะมีส่วนได้- เสียมากน้อยเพียงใด?

ควรทราบว่า มีผลกำไรจากสิ่งดังกล่าวมากน้อยเพียงใด โดยขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลชี้แจงหัวข้อนั้นๆให้ฟังอย่างละเอียด เสนอให้พวกเขาหาผู้ร่วมลงทุนจากภายนอก หรือให้ลองพูดคุยกับพนักงานทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายจ้างเองมีหน้าที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและให้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับทุกฝ่าย ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรสำหรับการลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย และหาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการทำงานดังกล่าวด้วย

สำหรับในส่วนของคุณเอง ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับความหลากหลายและการจัดสรรปันส่วนต่างๆให้ดี คุณสามารถขอคำปรึกษาด้านการลงทุนจากธนาคารที่เป็นสมาชิกอยู่ หรือจากหน่วยงานต่างๆที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งหาข้อมูลจากการลงทุนเพิ่มเติมด้วย และหาข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนด้วย

ใครที่คุณควรเชื่อใจ? การเริ่มต้นระบบที่ปรับปรุงใหม่ เป็นการค้นพบความหมายของการลงทุนต่างๆ อย่างที่กล่าวกันว่า เราต้องคิดถึงบริษัทและการบริหารจัดการ เพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพนักงานและผู้ถือหุ้น แต่บางครั้ง ก็ควรคิดถึงประโยคของแม่ที่กล่าวสั่งสอนในสิ่งที่เราควรทำว่า “อย่าไว้ใจผู้อื่นมากกว่าตนเอง”




<< Back to list of Issues @ Work